ไม่ถึงฝัน!บุรีรัมย์พ่ายชุนบุค 0-2 (3-4) ร่วง ACL

136

ปราสาทสายฟ้าพลาดท่าบุกพ่ายชุนบุค 2-0 (3-4) หยุดเส้นทางฟุตบอลถ้วยเอเชียเพียงแค่รอบ 16 ทีมสุดท้ายเท่านั้น

เมื่อวันที่ 15 เมษายน การแข่งขันฟุตบอลเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก 2018 รอบ 16 ทีมสุดท้ายนัดที่ 2 ระหว่าง ชุนบุค ฮุนได มอเตอร์ส (เกาหลีใต้) พบ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด (ไทย) สนาม ชอนจู เวิลด์คัพ สเตเดียม เวลา 17.00 น. ตามเวลาประเทศไทย โดยเกมนัดแรกปราสาทสายฟ้า สามารถเปิดบ้านเอาชนะไปได้ก่อน 3-2

ทัพนักรบเขียว ในเกมลีกเพิ่งพ่ายให้กับ โปฮัง สตีลเลอร์ 3-0 โดยเกมนี้ข่าวดีได้ อี ดง กุ๊ก หัวหอกรุ่นเก๋ากลับมามีชื่อบนม้านั่งสำรอง ส่วนแกนหลักรายอื่นยังอยู่กันครบทั้ง ชิน ฮยองมิน, คิม ชิน วุค , ริคาร์โด โลเปซ ร่วมถึง อี ยอง และ อี แจ ซอง สองดาวเตะที่เพิ่งถูกเรียกตัวติดทีมชาติลุยศึกฟุตบอลโลกที่รัสเซีย

ปราสาทสายฟ้า เกมลีกนัดล่าสุดบุกเอาชนะ โปลิศ เทโร เอฟซี 2-1 เกมนี้ได้ จักรพันธ์ แก้วพรม มิดฟิลด์คนสำคัญออกสตาร์ทเป็นตัวจริงอีกครั้งรวมถึง อันเดรส ตูเญซ พร้อมกับแกนหลักอย่าง ศศลักษณ์ ไหประโคน , ดิโอโก หลุยส์ ซานโต และ เอ็ดการ์ ดา ซิวา

เกมผ่านมาถึง น. 13 เจ้าถิ่นได้โอกาสบุกกระหน่ำและเกือบได้ประตูเมื่อ คิม ชิน วุค ได้บอลจากลูกครอสก่อนวิ่งสอดเข้ามายิงติดเซฟของ ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน

น.17 ในที่สุด ชุนบุค ก็มาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 เมื่อ อี ยอง ครอสบอลจากทางฝั่งขวาก่อนมาถึงศรีษะของ คิม ชิน วุค โหม่งตั้งให้ ริคาร์โด โลเปซ ได้ยิงยิงตามน้ำในกรอบพุ่งเสียบมุมสามเหลี่ยมเข้าไปอย่างสวยงาม สกอร์รวมในตอนนี้ 3-3

น.26 ชุนบุค ยังคงตั้งตาบุกต่อเนื่องเมื่อ อี ซึง กี ทะลุมาถึงในเขตโทษก่อนจ่ายให้ อี แจ ซอง ได้ซัดติดเซฟ ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน อีกครั้ง

น.29 ชุคบุค ได้ลุ้นประตูที่สองของเกมเมื่อ อี ซึง กี ที่อยู่ทางฝั่งซ้ายครอสบอลเปลี่ยนทางไปยังเสาไกลและเป็น ลิม ซัน ยอง ที่วิ่งเข้ามาซัดในกรอบแต่ไม่ตรงกรอบ

น.43 บุรีรัมย์ ได้ลุ้นประตูตีเสมอจากลูกฟรีคิกของ กรกช วิริยะอุดมศิริ ยังยังโดนผู้เล่น ชุนบุค สกัดออกข้างไปได้

น.44 บุรีรัมย์ ได้บุกต่อเนื่องเมื่อ สุเชาว์ นุชนุ่ม ได้ทุ่มบอลจากด้านข้างบอลข้ามหัว เอ็ดการ์ ดา ซิลวา ไปถึง จักรพันธ์ แก้วพรม ได้ซัดชนเสาออกหลังไป ก่อนจะหมดครึ่งแรกเป็นเจ้าถิ่นที่ได้ประตูขึ้นนำไปก่อน 1-0

รายชื่อกุนซืออำลาทีมกลางฤดูกาล โตโยต้าไทยลีก 2018

ข่าวอื่นๆ | ติดตามข่าว ฟุตบอลไทย เพิ่มเติมที่นี่

ครึ่งหลัง น. 49 ชุนบุค ได้ลุ้นประตูที่สองเมื่อ คิม ชิน วุค บังบอลหน้ากรอบก่อนจ่ายไปพื้นที่ว่างทางเสาสองเป็น ริคาร์โด โลเปซ ได้ยิงแต่ไม่แรงพอเข้ามือ ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน

น.57 บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ทำการแก้เกมเมื่อส่งผู้เล่นคนที่สองอย่าง สุภโชค สารชาติ แทนที่ ประวีณวัช บุญยงค์

น.58 บุรีรัมย์ ได้ลุ้นประตูตีเสมอเมื่อ จักรพันธ์ แก้วพรม ครอสบอลจาทางริมเส้นฝั่งขวาบอลโด่งไปทางเสาสองเป็น เอ็ดการ์ ดา ซิลวา ได้โขกแต่บอลโหนข้ามคานออกไปนิดเดียว

น.71 บุรีรัมย์ หวิดได้ประตูตีเสมออีกครั้งเมื่อ จักรพันธ์ แก้วพรม ดึงหลอกผู้เล่นชุนบุคหนึ่งจังหวะทางริมเส้นฝั่งขวาก่อนครอสบอลไปทางเสาสอง เอ็ดการ์ ดา ซิลวา โหม่งไม่โดนแต่ยังไปโดนแผงหลังเจ้าถิ่นหวิดเข้าประตูตัวเอง

น.74 บุรีรัมย์ ได้บุกอีกครั้งจากจังหวะที่ เอ็ดการ์ ดา ซิลวา โหม่งบอลย้อนหลังไปถึง ยู จุน ซู เข้าไปในกรอบเขตโทษก่อนยิงไปตรงตัว ซอง บึม กุน

น.76 ชุนบุค หวิดได้ประตูที่สองอีกเมื่อ อี แจ ซอง เปิดลูกฟรีคิกทางฝั่งซ้ายบอลลอยไปกลางประตู คิม ชิน วุค หลุดตัวประกบได้ขึ้นมาโขกคนเดียวแต่ยังติดเซฟของ ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน

น.80 ชุนบุค ยังคงตั้งตาบุกต่อเนื่องเมื่อ อี ดง กุ๊ก ได้บอลจากหน้ากรอบก่อนบังบอลจ่ายอีกครั้งไปให้ ริคาร์โด โลเปซ ได้เข้าไปยิงทางมุมเสาแรกแต่ยังไปติดเซฟของ ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน

น.84 ชุนบุค ฮุนได มาได้ประตูขึ้นนำ 2-0 จากลูกฟรีคิกของ อี แจ ซอง ที่ยิงข้ามกำแพงพุ่งเสียบใต้คานผ่านมือ ศิวรักษ์ เทศวสูงเนินเข้าไปอย่างงดงาม

เวลาที่เหลือแม้ทีมเยือนจะพยายามบุกพังประตูแต่สุดท้ายก็ไม่สำเร็จเป็น ชุนบุค ฮุนได มอร์เตอร์ส เปิดรังเอาชนะ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 2-0 รวมผลสองนัดสกอร์ 4-3 และเป็นอดีตแชมป์รายนี้ 2 สมัยที่คว้าตั๋วเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้าย ส่วน ปราสาทสายฟ้า หยุดเส้นทางในถ้วยนี้เพียงแค่รอบ 16 ทีมสุดท้ายเท่านั้น

รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม

ชุนบุค ฮุนได มอเตอร์ส : ซอง บึม กุน (GK), อี ยอง , ชิน ฮยอง มิน , ซอย โบ ฮยุน , คิม ชิน วุค(จาง ยุน โฮ) , ริคาร์โด โลเปซ , อี ซึง กิ (อี ดง กุ๊ก น.66) , อี แจ ซอง , ซอย ซูน คุน , ฮอง จุน โอ , ลิม ซัน ยอง

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด : ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน(GK),พรรษา เหมวิบูลย์ , ประวีณวัช บุญยงค์ (สุภโชค สารชาติ น.57),อันเดรส ตูเญซ ,ศศลักษณ์ ไหประโคน(เอกลักษณ์ ทองกริช น.42) ,สุเชาว์ นุชนุ่ม (ศุภชัย ใจเด็ด น.77),จักรพันธ์ แก้วพรม , กรกช วิริยอุดมศิริ, ยู จุน ซู , เอ็ดการ์ ดา ซิลวา , ดิโอโก หลุยส์ ซานโต

ขอบคุณที่มา – http://www.goal.com