ฟัน23ล้าน!ชบาแก้วไล่ต้อนฟิลิปปินส์3-1ตีตั๋วไปบอลโลก2สมัยซ้อน

507

ทัพชบาแก้วซิวตั๋วทะลุรอบสุดท้ายฟุตบอลโลกที่ฝรั่งเศสในปีหน้าได้สำเร็จในฐานะอันดับสองของกลุ่มหลังอัดฟิลิปปินส์ 3-1

เมื่อวันที่ 12 เมษายน การแข่งขันฟุตบอลหญิง ชิงแชมป์เอเชีย 2018 รอบแบ่งกลุ่ม นัดที่ 3 กลุ่ม เอ ระหว่าง ทีมชาติไทย พบ ทีมชาติฟิลิปปินส์ ที่สนาม คิงส์ อับดุลลอห์ ประเทศ จอร์แดน เวลา 24.00 น. ตามเวลาประเทศไทย

ทัพชบาแก้ว เพิ่งปลดล็อคเอาชนะ จอร์แดน 6-1 มี 3 คะแนน จากการลงเล่น 2 นัด รั้งรองจ่าฝูงของกลุ่มหลังมีลูกได้เสียดีกว่าฟิลิปปินส์ โดยเกมนี้ยังคงใช้แกนหลักจากเกมนัดล่าสุดนำโดย มิรันดา สุชาวดี นิลธำรง , ธนีกานต์ แดงดา และ สุนิสา สร้างไธสง ส่วน ดิ อัซกาลส์ ลงเล่นสองนัด ชนะ 1 แพ้ 1 มี 3 คะแนน รั้งอันดับสาม

เกมผ่านมาถึง น.29 เป็นทีมชาติไทย มาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 เมื่อ ธนีกานต์ แดงดา ล้มตัวยิงบอลไปติดแขนแผงหลัง ฟิลิปปินส์ ในเขตโทษผู้ตัดสินเป่าให้เป็นลูกแฮนด์บอลและเป็นจุดโทษ กาญจนา สังข์เงิน เข้าหน้าที่สังหารเข้าไปไม่พลาด เวลาที่เหลือยังไม่มีสกอร์เพิ่มเติม หมดครึ่งแรก ทัพชบาแก้ว ออกนำ ฟิลิปปินส์ 1-0

ครึ่งหลัง น. 54 ทีมชาติไทยขยับสกอร์เป็น 2-0 จากลูกสวนกลับเมื่อ มิรันดา สุชาวดี นิลธำรง กระชากบอลมาทางซ้ายไต่เส้นหลังประตูก่อนปาดมาให้ กาญจนา สังข์เงิน แปเรียบๆเข้าเสาสองเข้าไปไม่เหลือ และเป็นประตูที่2ของเจ้าตัวในเกมนี้

น.62 ทัพชบาแก้วยังคงโหมบุกอย่างหนักและมาได้ประตูที่สามจากลูกฟรีคิกทางฝั่งขวาของ ศิศิลาวรรณ อินต๊ะมี ปั้นด้วยซ้ายบอลพุ่งเสียบใต้คานเข้าไปอย่างสวยงาม ไทยนำ 3-0

น.90+3 ฟิลิปปินส์ ไม่ยอมถอดใจเมื่อมาได้ประตูตีไข่แตกเป็น 1-3 จากลูกครอสทะลุมาถึงหน้าเขตโทษเป็น เจสซี ซุก ยิงด้วยขวาบอลเข้าก้นตาข่ายไม่เหลือ

เวลาที่เหลือไม่มีสกอร์เพิ่มเติมเป็น ทีมชาติไทย เอาชนะ ทีมชาติฟิลิปปินส์ ไป 3-1 คว้าตั๋วไปเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายที่ประเทศฝรั่งเศส ปี 2019 เป็นทีมที่สองต่อจากทีมชาติจีน ที่ถล่มเจ้าภาพอย่าง จอร์แดน 10 คนในนัดสุดท้าย 8-1

สำหรับโปรแกรมนัดถัดไป ทีมชาติไทย จะไปรอพบคู่อันดับ 1 ของกลุ่ม บี ในวันที่ 17 เมษายน ที่สนาม อัลมาน สเตเดียม เวลา 20.45 น.

รายชื่อทีมชาติไทย : วราภรณ์ บุญสิงห์ (GK), ณัฐกานต์ ชินวงษ์, ดวงนภา ศรีตะลา, วารุณี เพ็ชรวิเศษ, สุนิสา สร้างไธสง,พิกุล เขื่อนเพ็ชร์, ศิลาวรรณ อินต๊ะมี, พิสมัย สอนไสย์, ธนีกานต์ แดงดา, กาญจนา สังข์เงิน, สุชาวดี นิลธำรงค์

ขอบคุณที่มา – http://www.goal.com