OFFICIAL : แพงสุดสโมสร! OHLแถลงซื้อขาด กวินทร์ สวมเบอร์16

931


โอเอช ลูเว่น เซ็นสัญญาคว้าตัวนายด่านทีมชาติไทยของกิเลนผยองไปค้าแข้งที่เบลเยียมแบบซื้อขายเผยค่าตัวแพงสุดของสโมสร<

เมื่อวันที่ 10 มกราคม เวลา 13.00 น. ที่ ห้อง Eternity โรงแรมพูลแมน คิงเพาเวอร์ สโมสร โอเอช ลูเว่น ในลีกดิวิชั่น 2 ประเทศเบลเยี่ยมภายใต้การดูแลของ อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท คิงเพาเวอร์ และ รองประธานสโมสร ได้ทำการ เซ็นสัญญาคว้าตัว กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ ผู้รักษาประตูทีมชาติไทย ของ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด มาร่วมทัพเป็นที่เรียบร้อยพร้อมบินไปสมทบในช่วงเดือนเดือนมกราคม

จอมหนึบทีมชาติไทย วัย 27ปี ถือเป็นผู้เล่นชาวไทยไทยคนที่สาม ที่ไปเล่นในเบลเยียม ต่อจาก เอกชัย โพนทองถิ่น และ ธีรเทพ วิโนทัย หลังได้รับการสนับสนุนจาก คิง เพาเวอร์ โดย อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท คิงเพาเวอร์ และ เจ้าของทีม โอเอช ลูเว่น เผยถึงการเซ็นสัญญาครั้งประวัติศาสตร์นี้ว่า

“เราได้ติดตามดูฟอร์มของ กวินทร์ มาเป็นเวลานานและมีความเชื่อมั่นว่าผู้รักษาประตูรานี้มีความสามารถและมีคุณสมบัติพร้อมที่จะเล่นให้กับทีมได้อย่างแน่นอนโดยได้ติดต่อ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ถึงความเป็นไปได้ในการนำเขามาร่วมทีมในเลกที่สองก่อนที่ตลาดซื้อขายจะสิ้นสุดลงในปลายเดือนมกราคม”

“ซึ่งก็ต้องขอบคุณทาง เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ที่รับข้อเสนอที่สำคัญต่อเจ้าตัว และวงการฟุตบอลไทยในครั้งนี้”

มีโอกาสที่จะส่งไปเล่นพรีเมียร์ลีกหรือไม่หากทำผลงานได้ดี “ผมว่ามีโอกาสเป็นไปได้ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับผลงาน หากเขาโชคดีทำผลงานได้ดี มีทีมที่สนใจเราจะไม่หยุดที่ตรงนั้นแน่นอน แต่ถ้าพูดถึงตรงนี้คงยังบอกไม่ได้ ไนเจล เพียร์สัน พูดถึงเสมอว่าหากใครทำผลงานในการซ้อมได้ดีจะได้ลงเล่น”

“ครั้งนี้เป็นการซื้อขาด เป็นคนไทยที่ไปในลีกต่างประเทศที่แพงที่สุด ค่าตัวที่แพงที่สุดในสโมสรลูเวน ณ ปัจจุบัน” อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ยืนยัน

สำหรับ กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ นั้นถือเป็นนายทวารที่เติบโตมาจากสโมสร เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เจ้าตัวเข้ามาอยู่รั้วกิเลนผยองในปี 2008 ก่อนจะกลายเป็นมือหนึ่งได้อย่างรวดเร็ว โดยสามารถพาทีมฟาดถ้วย ไทยลีก ได้ถึง 4 สมัย รวมทั้ง ลีก คัพ อีก 2 หน

ขณะที่ผลงานของเขากับทีมชาติไทย นั้น มือกาววัย 27 ปี ลงเฝ้าให้ทีมชุดแชมป์ ซีเกมส์ (2013) และแชมป์ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ (2014, 2016)

ขอบคุณที่มา – http://www.goal.com

แบ่งปัน