จับตาผู้เล่น M-150 CUP : นามว่า สุภโชค สารชาติ

163

รู้จักกับอีกหนึ่งดาวรุ่งจาก บุรีรัมย์ ที่กลับมาติดช้างศึกU23 อีกครั้ง.. เขาเป็นใครมาจากไหน, มีความคิดเห็นเกี่ยวกับทีมคู่แข่งและความคาดหวังอย่างไร

สุภโชค เป็นเด็กหนุ่มที่เกิดในครอบครัวเกษตรกร จากจังหวัดศรีสะเกษ มีพี่น้องทั้งหมดสองคน และเชื่อว่าน้องชายของเขาแฟนบอลชาวไทยน่าจะคุ้นหูกันดี นั่นคือ ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา

อีกหนึ่งดาวรุ่งที่รอวันแจ้งเกิด โดยในรายของ สุภโชค ใช้นามสกุลแม่ ส่วน ศุภณัฏฐ์ ใช้นามสกุลพ่อ

“เชค” เริ่มเล่นฟุตบอลตอนอายุประมาณ 9 ขวบ ตามประสาเด็กๆที่สนุกสนานกับเพื่อนแถวบ้าน แต่ฝีเท้าของเท้าก็นับว่าไม่ธรรมดา เมื่อได้เป็นตัวแทนสถานบันทันที นับตั้งแต่เข้าสู่โรงเรียนขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ

ในระดับชั้นมัธยมฯ ผ่านการแข่งขันฟุตบอลภายในละแวกและตามโรงเรียนต่างๆมากมาย ในขณะที่มีอายุน้อยกว่าเพื่อนร่วมทีมถึง 3 ปี

จากนั้นจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เมื่อ สุภโชค ในวัย 13 ปี เป็นหนึ่งในผู้เล่นของโรงเรียนร่วมกับบรรดารุ่นพี่ประมาณ 4-5 คน ที่โค้ชเห็นแวว พาเดินทางไปคัดตัวกับอคาเดมี่ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด (โรงเรียนภัทรบพิตร) ในรุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี

แม้จะแบกอายุลงเล่นถึง 3 ปี แต่ด้วยพรสวรรค์ที่มี เขาติดเป็น 1 ใน 10 กว่าคน ที่ผ่านการคัดเลือกจากเยาวชนกว่า 1,000 คน และกลายเป็นจุดเริ่มต้นเส้นทางลูกหนังของดาวรุ่งพุ่งแรงรายนี้

สุภโชค สร้างเรื่องราวส่วนตัวต่างๆเกิดขึ้นมากมาย ไล่ตั้งแต่การเป็นเจ้าของสถิติผู้เล่นอายุน้อยสุดอันดับ 2 ที่ลงเล่นโตโยต้า ไทยลีก ให้ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ด้วยวัยเพียง 17 ปี 2 เดือน 18 วัน ในเกมบุกชนะบ้านเกิด ศรีสะเกษ เอฟซี 0-1 เมื่อปี 2015 เป็นรองแค่ อานนท์ อมรเลิศศักดิ์ 16 ปี 9 เดือน

ต่อด้วย เป็นเจ้าของสถิติผู้เล่นอายุน้อยที่สุด ลงเล่น เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก ให้ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ด้วยวัยเพียง 17 ปี 11 เดือน 3 วัน หลังถูกส่งลงสนามในเกมบุกพ่าย เอฟซี โซล 2-1 ที่มี ออสมาร์ อิบันเญซ นำทัพ เมื่อปี 2016 ที่สำคัญ ยังเป็นเจ้าของสถิติผู้เล่นอายุน้อยสุดในประวัติศาสตร์

ที่ยิงแฮตทริคได้ในโตโยต้า ไทยลีก เกิดขึ้นในปีนี้ จากเกมที่บุกชนะ ไทยฮอนด้า ลาดกระบัง เอฟซี 1-5 ด้วยวัยเพียงแค่ 18 ปี 9 เดือน 17 วัน เท่านั้น อีกทั้งยังผ่านการติดทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 19 ปีมาแล้ว ทั้งในรอบคัดเลือกและรอบสุดท้ายเมื่อปีที่ผ่านมา

ผลงานปีนี้

สุภโชค มีบทบาทสำคัญใน บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มากขึ้นเรื่อยๆ โดยปีนี้แม้มีอาการบาดเจ็บเล่นงานเป็นระยะ แต่ยังมีสถิติการลงสนามที่ไม่เลว เมื่อลงเล่นถึง 17 นัดรวมทุกรายการ นอกจากยิงไป 8 ประตูแล้ว เขายังมีส่วนช่วยทีมคว้าแชมป์โตโยต้า ไทยลีก สมัยที่ 5 เป็นทีมแรก

ขณะเดียวกันในระดับทีมชาติแม้หลุดจากทีมชุดแชมป์ซีเกมส์ครั้งล่าสุด แต่ สุภโชค ก็ได้รับโอกาสสำคัญมากกว่านั้น เมื่อถูก มิโลวาน ราเยวัช เรียกติด ช้างศึก ชุดใหญ่ครั้งแรก อย่างเซอร์ไพรส์

และมีโอกาสประเดิมสนามแทนที่ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ในเกมฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 12 ทีมสุดท้าย นัดที่ 9 ที่เปิดบ้านพ่าย อิรัก 1-2 ด้วย

”เซอร์ไพรส์มากครับ เซอร์ไพรส์จริงๆ” สุภโชคกล่าวถึงวันถูกเรียกติดทีมชาติไทยชุดใหญ่ครั้งแรก

“ก่อนหน้านี้เพิ่งผมอกหักจากซีเกมส์ แต่ตอนนี้ผมมีชื่อติดชุดใหญ่ครั้งแรกในชีวิต จะบอกว่าฟ้าหลังฝนก็ได้ครับ ผมรู้สึกดีใจมากๆครับ เป็นความรู้สึกที่วิเศษจริงๆ มันเป็นความฝันของผมตั้งแต่เด็กอยู่แล้ว”

“เป็นโอกาสที่เข้ามาเร็วมากครับ ผมไม่เคยคิดเลยว่าในวัย 19 ปี ผมจะมีโอกาสติดชุดใหญ่ครั้งแรก แต่ในเมื่อโอกาสเข้ามาแล้ว ผมจะพยายามทำให้ดีที่สุดและเต็มที่ที่สุดเท่าที่ผมทำได้ครับ”

“ผมอยากขอบคุณโค้ช (มิโลวาน ราเยวัช) ที่มอบโอกาสให้ผม มองมาที่เด็กตัวเล็กๆในวัย 19 ปีอย่างผม ขอบคุณจริงๆครับ แล้วก็ขอบคุณสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ด้วยครับ ที่คอยผลักดันผมอยู่ตลอดเวลา” สุภโชค ในวัย 19 ปี ที่กวาดไปแล้ว 7 แชมป์ร่วมกับ ปราสาทสายฟ้า ปิดท้าย

สไตล์การเล่น

สุภโชค เป็นผู้เล่นกองกลางตัวรุกที่เทคนิคและความสามารถเฉพาะตัวยอดเยี่ยม อีกทั้งยังความคล่องแคล่วว่องไว เซนส์ฟุตบอลสูงและจบสกอร์ได้อย่างเฉียบขาด นอกจากนี้ยังเล่นตำแหน่งริมเส้นทั้งสองข้างได้ด้วย และสิ่งที่น่าชื่นชมเขาเป็นผู้เล่นวัยรุ่นที่ระงับอารมณ์ได้ดี แม้หลายครั้งจะโดนแนวรับคู่แข่งเข้าสกัดหนักขนาดไหน

M-150 CUP

“ผมว่าเป็นรายการที่ดีมากๆครับ ส่วนตัวผมชอบนะเวลาได้เล่นกับทีมที่เก่งๆ อย่าง ญี่ปุ่น , เกาหลีเหลือ และ อุซเบกิสถาน ซึ่งผมว่ามันท้าทายดี” สุภโชคกล่าว

“อีกอย่างมันเป็นรายการที่ทีมชุดนี้จะได้ประโยชน์เต็มๆ นอกจากโค้ชจะมีโอกาสทดสอบผู้เล่นแล้วและแท็คติคต่างๆแล้ว เรายังจะได้เล่นกับ ญี่ปุ่น และ เกาหลีเหนือ ก่อนเจอกันในชิงแชมป์เอเชียด้วย”

สุภโชค กล่าวถึงคู่แข่งทั้งหมดต่อว่า “จริงๆผมว่าทุกทีมที่มา เราน่าจะรู้จักกันดีว่าแต่ละทีมเล่นเป็นยังไง อย่าง ญี่ปุ่น ก็แข็งแกร่งทุกอย่าง ทั้งระบบการเล่น , วินัย , ความฟิต และ ความสามารถเฉพาะตัว , เกาหลีเหนือ ก็ดุดัน วิ่งไม่มีหมด คล้ายๆกับ อุซเบกิสถาน”

“ขณะที่ เวียดนาม และ เมียนมา พวกเขาก็พัฒนาขึ้น เวลาเล่นกับเราเขาดูกระหายเป็นพิเศษ ซึ่งเราคงไม่ประมาทพวกเขาหรอก เราถึงทุกๆทีมด้วย”
ความคาดหวัง

“แน่นอนว่าผมเคยผิดหวังกับทีมชุดนี้ตอนซีเกมส์ แต่ไม่มีเหตุผลอะไรที่ผมต้องจมปลัก ตอนนี้ผมลืมมันไปแล้ว ผมพร้อมเสมอสำหรับทีมชาติไทย ซึ่งผมอยากโชว์ฟอร์มออกมาให้ดีที่สุดถ้าได้รับโอกาส”

“ผมหวังว่าแฟนบอลชาวไทยและบุรีรัมย์ จะเข้ามาให้กำลังใจเรากันเยอะๆ ไม่ว่าผลงานเราจะออกมาเป็นยังไงในรายการ M-150 นี้ แต่ผมเชื่อว่าเราจะได้ประสบการณ์ที่ดี และเป็นการเตรียมทีมที่ดีก่อนชิงแชมป์เอเชีย รอบสุดท้าย”

“และผมอยากพิสูจน์ตัวเองให้โค้ชเห็นว่าผมดีพอกับทีมชุดนี้เหมือนกัน” สุภโชคทิ้งทาย

สำหรับฟุตบอลรายการ M-150 คัพ เป็นสังเวียนฟาดแข้งของทีมชาติ รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี จัดขึ้นปีนี้เป็นปีแรก โดยมีทีมที่เข้าร่วมการแข่งขันทั้งหมด 6 ชาติด้วยกัน

ประกอบไปด้วย ญี่ปุ่น, อุซเบกิสถาน, เกาหลีเหนือ, เวียดนาม, พม่า และเจ้าภาพอย่าง ไทย ซึ่งจะแข่งขันกันที่สนาม ไอ-โมบาย สเตเดี้ยม รังเหย้าของสโมสร บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในวันที่ 9-15 ธันวาคม 2560

เครดิต > http://www.goal.com

แบ่งปัน